อีเมลชั่วคราว vs อีเมลถาวร: ใครคือฮีโร่ตัวจริง?
สวัสดีครับทุกคน! วันนี้ผมอยากชวนมาคุยเรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่สำคัญมาก ๆ เลยนะ โดยเฉพาะพวกเราที่ชอบช้อปปิ้งออนไลน์กันเป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาต้องซื้อของจากเว็บต่างประเทศ หรือสมัครอะไรที่ต้องกรอกอีเมลเนี่ย เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางทีเราถึงได้รับอีเมลขยะ (Spam) หรือโฆษณาตามมาไม่หยุดหย่อน? นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของเรื่องราววันนี้
เราทุกคนมีอีเมลหลักกันอยู่แล้วเนอะ อย่าง Gmail, Yahoo หรือแม้แต่ที่คนไทยใช้กันเยอะ ๆ อย่าง LINE Thailand เองก็มีระบบแจ้งเตือนผ่านอีเมลเหมือนกัน หรือเวลาสั่งของจาก Shopee Thailand เราก็ต้องผูกอีเมลไว้ใช่มั้ยครับ แต่นั่นแหละคือ "อีเมลถาวร" ของเรา ซึ่งก็สะดวกแหละ แต่พอต้องเอาไปสมัครอะไรที่ดูไม่น่าไว้ใจ หรือเป็นเว็บที่เราจะใช้แค่ครั้งเดียว... โอ้โห! คิดหนักเลย
ทำไมผมถึงหันมาใช้อีเมลชั่วคราว?
เรื่องมันเริ่มจากเพื่อนผมคนนึง ชื่อ "แม็ก" ครับ แม็กเนี่ยชอบลองของใหม่ ๆ โดยเฉพาะเว็บช้อปปิ้งออนไลน์จากจีนที่กำลังฮิต ๆ กัน ตอนแรกก็ดีอยู่หรอกนะ สมัครไปเรื่อย ๆ แต่สักพัก อีเมลที่แม็กใช้สมัครนั่นแหละ กลายเป็นแหล่งรวมสแปมขั้นสุด! ทั้งโปรโมชั่นที่ไม่ได้อยากได้ อีเมลหลอกลวง จนแม็กต้องมานั่งกดยกเลิกทีละอัน เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง ๆ เลยครับ
ผมเลยแนะนำให้แม็ก "ลองใช้อีเมลชั่วคราว" ดูสิ ตอนแรกแม็กก็งง ๆ ถามว่ามันดียังไง? ผมก็อธิบายไปว่า ลองนึกภาพว่าเราไปงานเปิดตัวสินค้า หรือไปงานสัมมนา แล้วเขาขอบัตรประชาชนเราเพื่อแลกของที่ระลึก เราจะให้บัตรประชาชนจริง ๆ ไปเลยไหม? หรือจะให้เป็นบัตรที่ทำขึ้นมาเฉพาะกิจก่อน? อีเมลชั่วคราวมันก็เหมือนบัตรที่ทำขึ้นมาเฉพาะกิจนี่แหละครับ
เปรียบเทียบความปลอดภัย: ใครแน่กว่ากัน?
อีเมลถาวร (Gmail, Yahoo, etc.)
- ข้อดี: สะดวก, ใช้ได้ยาว ๆ, เป็นทางการ, ใช้ยืนยันตัวตนสำคัญได้
- ข้อเสีย: ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลง่ายถ้าไม่ระวัง, เสี่ยงต่อสแปมและฟิชชิ่ง, ลบประวัติการสมัครยาก
อีเมลชั่วคราว (Disposable Email)
- ข้อดี: ปลอดภัยสูง, ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวจริง, หมดอายุอัตโนมัติ, ป้องกันสแปมได้ดีเยี่ยม
- ข้อเสีย: ใช้ได้ไม่นาน, ไม่เหมาะกับการยืนยันตัวตนสำคัญ, บางเว็บอาจบล็อก
นี่แหละครับ ที่ผมบอกว่าทำไมมันถึงสำคัญกับเรื่อง "การปกป้องข้อมูลส่วนตัวในการช้อปปิ้งออนไลน์ข้ามพรมแดน" เวลาเราซื้อของจากเว็บต่างประเทศ บางทีเราก็ไม่ได้รู้จักเว็บนั้นดีพอใช่ไหมครับ? การใช้อีเมลชั่วคราวในการสมัครสมาชิก หรือรับส่วนลด จะช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลอีเมลจริงของเราไปตกอยู่ในมือมิจฉาชีพ หรือบริษัทที่อาจจะนำข้อมูลเราไปขายต่อได้
ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราใช้อีเมลจริงของเราสมัครเว็บช้อปปิ้งออนไลน์จากต่างประเทศ แล้ววันดีคืนดี อีเมลนั้นดันไปอยู่ในลิสต์ของแฮกเกอร์ หรือถูกนำไปใช้ในการส่งฟิชชิ่งเพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิตของเราอีกที... น่ากลัวไหมครับ? การมีอีเมลชั่วคราวไว้ใช้ เหมือนเรามี "โล่" บาง ๆ แต่มีประสิทธิภาพมาก ๆ เลยนะ

คู่มือความเป็นส่วนตัวฉบับคนขี้เกียจ (แต่รักข้อมูลตัวเอง!)
1. สมัครสมาชิกเว็บที่ไม่แน่ใจ: ถ้าเป็นเว็บที่เราไม่เคยใช้ หรือเห็นว่ามีโปรโมชั่นน่าสนใจ แต่ไม่มั่นใจในความปลอดภัย ให้ใช้อีเมลชั่วคราวสมัครเลยครับ พอได้ของหรือใช้บริการเสร็จ ก็ปล่อยให้มันหมดอายุไป
2. รับโค้ดส่วนลด/โปรโมชั่น: หลายเว็บให้ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ การใช้อีเมลชั่วคราวจะช่วยให้เราได้ส่วนลดโดยไม่ต้องเอาอีเมลจริงไปเสี่ยง
3. ทดลองใช้บริการฟรี: บางบริการมีให้ทดลองใช้ฟรี ถ้าต้องกรอกอีเมล ก็ใช้อีเมลชั่วคราวได้เลย
4. หลีกเลี่ยงสแปม: นี่คือประโยชน์หลักเลยครับ อีเมลชั่วคราวจะช่วยกรองอีเมลขยะไม่ให้ไปรบกวนกล่องขาเข้าอีเมลหลักของเรา
ผมเคยเจอเคสที่เพื่อนอีกคน สมัครอีเมลชั่วคราวเพื่อรับโค้ดส่วนลดจากเว็บแฟชั่นต่างประเทศ พอได้ส่วนลดแล้วก็ลืมไปเลยว่าเคยสมัคร พออีเมลชั่วคราวนั้นหมดอายุไป ก็สบายใจ ไม่ต้องมานั่งลบอีเมลโปรโมชั่นอีกเลย ง่ายนิดเดียว!
เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวข้ามพรมแดนไปช้อปปิ้ง หรือใช้บริการจากต่างประเทศ การมีเครื่องมือเล็ก ๆ อย่างอีเมลชั่วคราวไว้ใช้ จะช่วยให้ชีวิตดิจิทัลของเราปลอดภัยและสบายใจขึ้นเยอะเลยครับ ลองดูนะครับ แล้วคุณจะติดใจ!