หน้าหลัก บทความ รับมืออีเมลโปรโมชั่นร้านค้าออนไลน์ ด้วยอีเมลสำรอง
รับมืออีเมลโปรโมชั่นร้านค้าออนไลน์ ด้วยอีเมลสำรอง

รับมืออีเมลโปรโมชั่นร้านค้าออนไลน์ ด้วยอีเมลสำรอง

จัดการอีเมลโปรโมชั่นร้านค้าออนไลน์ด้วยอีเมลสำรอง

เวลาเราช้อปปิ้งออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบน Shopee Thailand, Lazada หรือแบรนด์ต่างๆ ที่เราชอบ เรามักจะเจอกับข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด หรือโปรโมชั่นเด็ดๆ ใช่ไหมครับ? ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว การจะได้สิทธิ์พวกนี้ ก็ต้องแลกมากับการสมัครสมาชิก หรือกรอกอีเมลของเราเข้าไป ทีนี้ ปัญหาที่ตามมาคือ อีเมลโปรโมชั่นจากร้านค้าเหล่านั้น ก็จะหลั่งไหลเข้ามาในกล่องขาเข้าหลักของเรา ไม่ว่าจะเป็น Gmail หรือ Yahoo ของเราอย่างไม่ขาดสาย บางทีก็มีประโยชน์นะ แต่ส่วนใหญ่ก็รกกล่องไปหมด จนบางทีเราอาจจะพลาดอีเมลสำคัญจริงๆ ไปเลยก็ได้

ทำไมต้องใช้อีเมลสำรอง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีอีเมลสำรอง? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ **การแยกส่วน** ครับ

เวลาเราสมัครอะไรสักอย่างที่ต้องการแค่การยืนยันตัวตน หรือต้องการแค่รับโค้ดส่วนลดครั้งเดียว การใช้อีเมลหลักของเรา อาจจะทำให้กล่องขาเข้าเต็มไปด้วยอีเมลขยะ หรืออีเมลโปรโมชั่นที่ไม่ได้อยากได้จริงๆ การมีอีเมลสำรองที่สร้างขึ้นมาเพื่องานเฉพาะกิจแบบนี้ จะช่วยให้กล่องขาเข้าหลักของเราสะอาดขึ้นเยอะ

ลองนึกภาพดูครับ เวลาเราจะสมัครสมาชิกใหม่บนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์สักแห่ง เพื่อรับส่วนลด 10% สำหรับการซื้อครั้งแรก เราก็กรอกอีเมลนี้เข้าไป พอได้โค้ดส่วนลดมาแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับร้านค้านั้นผ่านอีเมลอีกต่อไป ถ้าเราใช้อีเมลสำรอง เราก็แค่เลิกเปิดอ่านอีเมลจากเจ้านั้นไปเลย จบ.

อีกประเด็นสำคัญคือ ความเป็นส่วนตัว ครับ การที่เราให้ที่อยู่อีเมลหลักของเรากับทุกๆ เว็บไซต์ อาจจะมีความเสี่ยงที่ข้อมูลของเราจะรั่วไหล หรือถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง การใช้อีเมลสำรองจะเป็นเหมือนเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

วิธีใช้งานอีเมลสำรองสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์

การใช้งานก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยครับ
  1. หาเครื่องมือสร้างอีเมลสำรอง: มีหลายบริการที่ให้เราสร้างอีเมลชั่วคราว หรืออีเมลสำรองได้ฟรี ลองหาดูคำว่า "อีเมลสำรอง" หรือ "อีเมลชั่วคราว" ใน Google ก็จะเจอตัวเลือกเยอะแยะครับ บางเครื่องมืออาจจะให้เราสร้างอีเมลได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนเลยก็มี
  2. สมัครสมาชิก: เมื่อเจอร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการสมัครสมาชิกเพื่อรับส่วนลด ให้ใช้ที่อยู่อีเมลสำรองที่เราเพิ่งสร้างขึ้นมา
  3. รับโค้ดส่วนลด/ยืนยันตัวตน: ตรวจสอบอีเมลสำรองของเราเพื่อรับโค้ดส่วนลด หรือลิงก์ยืนยันตัวตน
  4. ช้อปปิ้ง: นำโค้ดส่วนลดไปใช้ในการสั่งซื้อ
  5. จัดการ: หลังจากนั้น เราก็สามารถเลิกสนใจอีเมลที่ส่งมาจากร้านค้านั้นได้เลย ถ้ามันเยอะเกินไป ก็แค่ลบทิ้ง หรือถ้าเป็นบริการที่ให้สร้างอีเมลได้ชั่วคราวมากๆ ก็ปล่อยให้มันหมดอายุไป

สำหรับใครที่อยากลองใช้เครื่องมือที่ช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น ลองดูอย่าง TempTom หรือบริการอื่นๆ ที่คล้ายกัน ซึ่งหลายๆ ที่ก็ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และตอบโจทย์การสร้างอีเมลสำรองเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะกิจแบบนี้ได้ดี

การใช้อีเมลสำรองไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แต่ช่วยให้ชีวิตการช้อปปิ้งออนไลน์ของเราสะดวกสบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการลบอีเมลโปรโมชั่นที่ไม่ต้องการอีกต่อไป ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ.